Taifreedom

ชานมาจากไหน ?
Saturday, 31 January 2009 10:47

ชานมาจากไหน ?

ใน ร่องรอยเกี่ยวกับชื่อ สยาม เราได้ทราบว่าพวกไตรง บางที่ก็ถูกเรียกว่า สยาม (ออก เสียง ชยาม) หรือ ชาม มีคำอธิบายต่อปีกว่าคำว่า ชาม นี้คือคำเดียวกับ ชาน ที่พม่าใช้เรียกคนไตในรัฐชาน แต่ที่เพี้ยนเป็น ชาน ก็เพราะพม่าออกเสียงตัว ม สะกดเป็นแม่กน ข้อนี้เป็นความจริง คำว่า ชาน ในภาษาพม่านั้นอักษรพม่า เขียน ชาน (ใช้ ม สะกด)

ถ้า จะถอดรูปอักษรออกเป็นตัวไทยก็จะเป็น รหมะ ตัว ร นั้น พม่าออกเสียงเป็น ย หมด (ยกเว้นสำเนียงชาวยะไข่หรือ อารกัน ซึ่งออกเสียง ร รัวลิ้นได้ ) เมือเอา ย ควบ ห คือ กระแทกเสียงที่นำคอ ( aspirated ) แล้วออกเสียงเป็นกึ่ง ซ กึ่ง ช ซึ่งใช้เป็นอักษรอังกฤษโดยประมาณว่า Sh. ส่วน เครื่องหมายสระอะนั้นบอกเสียงหนัก-ยาว ฉะนั้น รหมะ จึงเท่ากับเขียน ซาม หรือชาม. แต่ออกเสียงเป็นแม่กน จึงออกเสียงเป็น ซาน หรือ ชาน (เสียง ที่ถูกนั้นกึ่ง ซ กึ่ง ช ไม่สามารถจะเขียนให้ตรง ด้วยอักษรไทยได้) ซึ่งเสียงนี้ฝรั่งเอาไปเขียนว่า Shan ไทย เราถอดคำออกมาจากภาษาอังกฤษจึงถอดเป็น ชาน แต่ถ้าให้คนไทยที่ไม่รู้จักภาษาอังกฤษฟังชาวพม่าออกเสียง คำนี้แล้วเขาคงจะฟังกระเดียดไปทาง ซ และเขียนเป็นตัว ไทยว่า ซาน มากกว่า ชาน

พึ่ง ทราบว่า การที่ข้าพเจ้าถอดอักษรพม่าออกเป็น รห นั้น เป็นการถอดออกตามรากเหง้าอักษรให้ไทยๆเราดูเข้าใจเท่า นั้น ในหนังสือพม่าเองถือเอาอักษรตัว รห นี้เป็นตัวเฉพาะ ตัวหนึ่งซึ่งอ่านตัว ซะ (กึ่ง ซ กึ่ง ช)ฉะนั้น รหมะ ในความ รู้สึกของพม่าจึงเป็นการจงใจเขียน ซาม (หรือชาม)แต่เนื่อง ด้วยพม่าไม่มีเสียงแม่กน จึงออกเสียงเป็น ซาน-ชาน ไป อัน ที่จริงแล้วเสียง ซาน-ชาน นี้พม่าจะเขียนโดยใช้ น สะกดตรงตามเสียงก็ย่อมทำได้เพราะพม่ามีตัว น และใช้สะกดแม้กนเสมอ แต่ทำไมคำ ชาน นี้จึงสะกดด้วย ม ?

คำ ตอบที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือคำนี้เดิมทีเดียวต้องเป็นภาษา อื่นทีเขียนด้วย ม สะกด หรือออกเสียงเป็นแม้กม แล้วพม่า ยืมคำนั้นมาใช้โดยยังรักษารูปคำเดิมไว้แต่ทว่าออกเสียง ตามอักขรวิธีของพม่า เรื่องก็เป็นอย่างเดียวกับในภาษา ไทยเรามีคำว่า กษัตริย์ ที่จริงถ้าจะเขียนตรงตามเสียงว่า กะสัด ก็ได้แต่ที่เขียนพิสดารหนักหนายังงั้นก็เพื่อรักษารูปคำเดิมใน ภาษาสันสกฤตไว้เพราะขอยืมเขามา คำนี้ภาษาสันสกฤต เขาอ่านออกเสียง ฉัด-ตรี-ยะ แต่เราเขียนตามเขาอย่างเดียว เวลาอ่านเราอ่านตามอักขรวิธีของเราว่า กะสัด พม่าจะต้องยืมคำ ซาม-ชาม มาจากภาษาอื่น คงเขียนรูป คำดั้งเดิมยู่แต่อ่านตามอักขรวิธีพม่าและลิ้นพม่า เป็นซาน-ชาน

คำ ชาม-ซาม ดั้งเดิมนั้นมาจากไหน ?

เราพอจะคลำพบร่องรอยอยู่บางเมื่อตรวจดูตำเรียกชื่อไตใน สหภาพพม่า

สหภาพ พม่าปัจจุบันประกอบด้วยชนชาติใหญ่ๆหลายชนชาต ิมีชนชาติไตรวมอยู่ด้วยเป็นรัฐใหญ่รัฐหนึ่ง คือที่พม่าเรียกว่า รัฐชาน( Shan State ) และ ไทยเราเรียกตามฝรั่งว่า รัฐชาน หรือบางทีก็ว่ารัฐฉานหรือไทใหญ่ คนไตที่นั้นเองเรียก รัฐ ของตนเองว่า เมิงไต (เมืองไท) นอกจากนั้นยังมีคนไต ในรัฐกะฉิน ซึ่งชาวไทใหญ่เรียกไตพวกนี้ว่า ไตคำตีโหลง (ไทคำทีหลวง) และพวกพม่าเรียกคันตีกยี (คันตีคือ คำตี อย่าลืมว่าพม่าไม่มีเสียงแม่กม กยีเป็นภาษาพม่า แปลว่าใหญ่. หลวง) นอกจากไตคำตีหลวง ยังมีไตอีกพวก หนึ่งอยุ่ในบริเวณเมืองฉิ่งกะลิ่งคำตี ใกล้พรมแดนอินเดีย พวกนี้เรียกตัวเองว่า ลูกไต ชาวไทใหญ่เรียกเขาว่า ไตคำ ตีึ ีเหมือนกันแต่ไม่มีโหลง (หลวง) บรรดาชนชาติไตทั้งสาม แหล่งใหญ่ๆนี้ถูกชนชาติต่างๆในพม่าเรียกชื่อด้วยคำๆเดียว กันแทบทั้งสิ้น เป็นแต่ออกเสียงเพี้ยนไปบ้างตามลิ้นของตน เล็กน้อย

ปัญหาต่อไปมีอยู่ว่าคำ ชาน ในภาษาพม่าและคำคล้าย คลึงกันที่แสดงในบทก้อนนั้นเป็นคำเดียวกับคำว่า สยาม ในภาษาไทยหรือไม่ ?

คำตอบก็คือเป็นคำเดียวกัน

สะพาน เชื่อมที่แสดงความจริงข้อนี้ก็คือภาษามอญ มอญเรียกคนไตในพม่าและยุนนานว่า เซม และขณะ เดียวกันก็เรียกคนไทยในประเทศว่า เซม เหมือนก้นหมด นี่แสดงว่าในภาษามอญ คำว่าเซมคือชื่อสำหรับเรียก ชนชาติไตทั้งชนชาติโดยไม่จำแนกว่าจะอยู่ในขอบเขตของ การเมืองและเศรษฐกิจเดียวแห่งสังคมใด ในเอเชียตะวัยออกเฉียงใต้นี่ดูเหมือนจะมีมอญเพียงชาต ิเดียวเท่านั้นที่ให้ร่องรอยเป็นสะพานเชื่อมนี้อย่างชัดเจนที่สุด

ตาม ที่ได้ค้นกันมาถึงบัดนี้เราได้เห็นชัดแล้วว่าคำ ชาน-เซม-เซียม-สยาม เป็นคำเดียวกันทั้งสิ้น เป็นแต่เพียงเพี้ยน กันไปตามภาษา และมีขอบเขตแห่งความหมายแตก ต่างกันออกไป กว้างบ้าง แคบบ้าง กาลเวลาผ่าน ไปชื่อ ของชนชาติไตก็เลยเกิดแยกกันเป็นสองคำเด็ดขาดคือ ชาน( Shan ) และสยาม ( Siam ) จน แทบจะไม่เห็นร่อง รอยว่าเป็นคำเดียวกันโดยเฉพาะคนไทยเรานั้น แม้จะติด กับพม่าและไทใหญ่แต่ก็ไม่รู้จักคำว่า ชาน มีความหมาย เฉพาะไทใหญ่ในรัฐชานเท่านั้นหาได้รับรู้ไม่ว่า ชาน ทั้งในภาษาพม่าและอังกฤษรวมทั้งภาษาฝรั่งอื่นๆมีความ หมายคลุมถึงชนชาติไต-ไททั้งหมดที่อยู่นอกลุ่ม เจ้าพระยาและนอกประเทศลาว หาได้รับรู้ไม่ว่าสยาม ก็เป็นคำเดียวกับชาน และเป็นคำเดียวกับเซม ในภาษา มอญซึ่งใช้เรียกชนชาติไต-ไทโดยทั่วไปไม่จำกัด ขอบเขต การเมืองและสังคม

  รวบรวมจาก  :

              ความเป็นมาของคำ สยาม ไทย ลาวและขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ โดย จิตร ภูมิศักดิ์

 


เมืองไตย  (Shan State)

มีอาณาเขตรวมทั้งหมด 62,500 ตารางไมล์

ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดเหนือ 19 องศา 20 ลิบดา และ 24 องศา 9 ลิบดา

ลองติจูดตะวันออก 96 องศา 13 ลิบดาและ 101 องศา 9 ลิบดา

1.ด้านทิศเหนือ ติดกับรัฐคะฉิ่น

2.ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับประเทศจีน เขตเมืองยูนนาน

3.ด้านตะวันออก ติดกับประเทศลาว

4.ด้านตะวันออกเฉียงใต ติดกับประเทศไทย

5.ด้านทิศใต้ ติดกับรัฐคะยา

6.ด้านทิศตะวันตก ติดกับเมืองมัณฑะเลย์ และเมืองสะแกง (ประเทศพม่า)

เมืองไตยตั้งอยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและป่าทึบ มีแหล่งต้นน้ำและแหล่งน้ำอัน อุดมสมบูรณ์ มีที่ราบสูง จากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 – 600 ฟุต ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดดอยเล็ง ตั้งอยู่ใน เมืองใหญ๋ มีความสูงประมาณ 8,777ฟุตจากระดับ น้ำทะเลรองลงมาคือ ดอยจ้อง ซึ่งตั้งในเมืองแสนหวีและดอยจ้าง ซึ่งตั้งในเมืองกึ๋ง ทั้งสองดอยนี้มีความสูง ประมาณ 8,000 ฟุตเศษ ดอยอัน ตั้งอยู่ในปางตะละ สูงประมาณ 7,678 ฟุต,ดอยมอ, ดอยหมอง ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำต้ำผาก และแม่น้ำป๋อน, ดอยมูตั้งในเมืองใหม่(เสาหิน,เสายา) ซึ่งดอย เหล่านี้มีความสูงประมาณ 7,000 – 8,000 ฟุต ส่วนดอยมาตั้งอยู่ในเมืองกะลอ มีความสูงประมาณ 5,000 ฟุตเศษ

 

แม่น้ำคง(สาละวิน) เป็นแม่น้ำสายสำคัญ ไหลผ่านเมืองไตย โดยแบ่งเขตออกเป็น 2 ส่วนคือด้านทิศตะวันตก และตะวันออก ซึ่งฝั่ง แม่น้ำ ทั้งสองฟากสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ6,000 – 7,000 ฟุตแม่น้ำสาละวินนี้ไหลผ่าน รัฐคะยา กะเหรี่ยง และมอญไหล ลงอ่าวเมาะตะ มะที่เมืองมะละเม็ง

 

มีแม่น้ำหลายสายในประเทศไหลมารวมกันสู่แม่น้ำสาละวิน ดังนี้

1.ด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน

มีแม่น้ำตี, แม่น้ำนิม, แม่น้ำป๋าง, แม่น้ำเต็ง, แม่น้ำป๋อน ไหลมารวมกันสู่สาละวิน

2.ด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน

มีแม่น้ำม้า, แม่น้ำนาง, แม่น้ำขา, แม่น้ำสิ่ม, แม่น้ำหาง,แม่น้ำจ้อด, แม่น้ำทา และ แม่น้ำกุน ไหลมารวม กัน สู่สาละวิน

นอกจากนี้ ยังมีแม่น้ำโขงซึ่งมีต้นกำเนิดจากยอดดอยทิเบตเช่นเดียวกันแม่น้ำสาละวินโดยแม่น้ำโขง แยกออกไปทาง ด้านทิศตะวัน ออกทำ หน้าที่เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างไทย ลาว มีความยาวประมาณ 120 กิโลเมต

                ภายในรัฐฉานยังมีน้ำตกที่สูงและใหญ่ที่สุด คือ น้ำตกจ๋งอาง (แม่น้ำเต็ง) ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลเจียงตอง อำเภอเมืองนาย รองลง มาคือ น้ำตกอ๋มปู้ (แม่น้ำป๋าง) อยู่ใกล้บริเวณเมืองสู้ และน้ำตกน้ำหยางตั้งอยู่ที่เมืองจ้านซาง เมืองสีป้อ มีความ สูงประมาณ
1,500 –2,000ฟุต และได้ใช้พลังงาน น้ำตกผลิตไฟฟ้าใช้ในเมืองน้ำตู้ทั้งหมด และยังได้ใช้พลังงานไฟฟ้า ในโรงงานถลุงแร่ ป๋างยุงในเขตเมืองน้ำตู้

 สภาพภูมิอากาศ

เมืองไตยมีทั้งหมด 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน, ฤดูฝน, ฤดูหนาว

ฤดูร้อน

เริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคม มิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 70–80F อุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ในพื้นที่เขตบ้านจะลอง ใน เมืองหมอกใหม่ในฤดูรอ้นจะมี อุณหภูมิสูงสุดถึง 100 – 104F

ฤดูฝน

เริ่มตั้งแต่เดือน กรกฎาคม กันยายน ปริมาณน้ำฝนวัดได้ประมาณ 4 – 60 นิ้ว

ฤดูหนาว

เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมกุมภาพันธ์ อุณหภูมิลดเหลือประมาณ40 – 60 Fอุณหภูมิบน ยอดดอย สูงบางแห่ง –30 F

แม้ว่าสภาพภูมิประเทศภายในรัฐฉานจะมีความแตกต่างกันมากถึงแม้จะมีอาณาเขตสันเขาและพื้นที่ราบติดกันก็ตาม เช่น เมืองเหม่ เมี้ยง, เมืองกะลอ, เมืองน้ำสั่น, เมืองก้ดขาย, เมืองตองกี, ดอยแหลม, ดอยหมวย (เชียงตุง) เขตเหล่านี้ จะมีสภาพ
อากาศหนาว เย็น กว่าที่อื่นๆ ส่วนเมืองสีป้อ,หมอกใหม่, ลางเคอ จะมีอากาศร้อนอบอ้าวกว่าที่อื่น ๆ

 ทรัพยากร

ทรัพยากรป่าไม

ในประเทศนี้ยอดดอยสูงเกิน 4,000 ฟุต จะมีสภาพเป็นป่าไม้สนไม้ก๋งทุกชนิดบริเวณที่ต่ำกว่า ระดับยอดดอย จะอุดมไปด้วยป่าไม้สัก, ไม้ตึงและไม้เปา ป่าไม้ที่เป็นสินค้าออกจาก ประเทศที่สำ คัญคือไม้สัก,ไม้สน, ไม้ตึง, ไม้เปา,ไม้แงะ.ไม้ตีต๊อก,ไม้จาน,ไม้หมากผินพู่ (สนานคา)และ ไม้หอม ทุกชนิด พื้นที่ไม้ทั้งหมดมีประมาณ 42,210 ตารางไมล์ ไม้สักมีมากที่สุดที่เมืองมีด, เมืองต่งลาว, เมืองป่างเก่ตุ๊, เมืองสีป้อ,เมืองน้ำลั่น, เมืองกึ๋ง, เมืองหมอกใหม่, เมืองป่าแลว, เมืองเชียงลาบเป็นต้น และยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นรัก, สักเจ, น้ำผึ้ง, ขี้จึง,หวาก,หมอกดำ (กล้วยไม้) และ ไม้หอม เป็นต้น

ทรัพยากรในดิน

พื้นดินส่วนมากเป็นดินร่วนปนทราย ในชั้นใต้ดินลึก ๆ เป็นหินแข็งมีทรัพยากร ใต้ดินดังนี้ แร่เงิน, แร่ตะกั่ว, แร่ทองคำ, แร่ทองแดง,แร่เหล็ก, แร่วุลแฟรม, แร่ดีบุก, แร่ทังสเตน, แร่แมงกานีส, นิเกิล,ด่านหิน, พลวง, ไมก้า, พลอยทุกชนิด, หินขาว, หินลาย, อลูมิเนียม ยังเหมืองแร่ที่มีในปัจจุ บัน เช่น เหมืองป๋างยุง (น้ำสู้) มีแร่ดีบุก (tin), ตะกั่ว (lead),แร่เงิน, แร่นิเกิล, แร่ทองแดง, พลวง (antimony)

                ประชากรที่รัฐฉานมีประมาณ 8 ล้านคนเศษ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธแบ่งออกเป็น 16 กลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่ ๆ

 

 

 

R.C.S.S / S.S.A

 

 




 


You are here  :
Free counter and web stats